
ภาพ REUTERS
ในช่วงที่บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชากำลังตึงเครียดจากประเด็นชายแดนและเหตุปะทะหลายครั้ง กระแสบนสื่อสังคมออนไลน์ก็กระพือความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของทัพนักกีฬากัมพูชาที่กำลังเดินทางมาแข่งขันในมหกรรมกีฬาซีเกมส์ครั้งล่าสุดที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ
ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว รัฐบาลไทยได้ออกมายืนยันชัดเจนว่า ประเทศไทยจะให้การดูแลนักกีฬากัมพูชาอย่างเท่าเทียม ปลอดภัย และให้เกียรติ เช่นเดียวกับนักกีฬาจากทุกประเทศในอาเซียน โดยไม่มีการแบ่งแยกหรือปฏิบัติแบบพิเศษเกินจำเป็น
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ไทยเตรียมมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มข้นไว้แล้ว ร่วมกับตำรวจและการกีฬาแห่งประเทศไทย เพื่อให้นักกีฬาจากทุกชาติรู้สึกปลอดภัยตลอดระยะเวลาการแข่งขัน
เขากล่าวว่า
“พวกเขาคือนักกีฬา และเป็นแขกของเรา เราจะดูแลพวกเขาอย่างดีที่สุด”
กระแสความกังวลในสังคมออนไลน์ส่วนใหญ่พุ่งไปที่ ทีมฟุตบอลกัมพูชา ซึ่งมีฐานแฟนบอลจำนวนมากและเป็นประเด็นอ่อนไหวในโลกโซเชียลของไทยและกัมพูชา อย่างไรก็ตาม นายอรรถกรย้ำว่า ไทยจะปฏิบัติต่อทุกทีมอย่างเท่าเทียม และไม่มีการร้องขอพิเศษจากฝ่ายกัมพูชาแต่อย่างใด
สิ่งที่ไทยกำชับเป็นพิเศษคือ นักกีฬาทุกชาติจะต้องไม่ใช้สัญลักษณ์ ป้ายข้อความ หรือสื่อใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางการเมืองหรือเขตแดนระหว่างประเทศ เพราะซีเกมส์คือเวทีกีฬา ไม่ใช่เวทีการเมือง
ด้านอัคคาริน หิรัญประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคนิคของคณะกรรมการจัดการแข่งขันซีเกมส์ เปิดเผยว่า กัมพูชาจะส่งทัพใหญ่รวมถึง นักกีฬา 232 คน จากคณะทั้งหมด 432 คน เข้าร่วมการแข่งขันระหว่างวันที่ 9–20 ธันวาคมนี้ ซึ่งมีชิงเหรียญทองรวม 567 เหรียญ จาก 50 ชนิดกีฬา
การแข่งขันจะจัดในหลายพื้นที่ ได้แก่ กรุงเทพฯ ชลบุรี สงขลา และเชียงใหม่ โดยพิธีเปิดและพิธีปิดจะจัดขึ้นที่สนามราชมังคลากีฬาสถานในกรุงเทพมหานคร

ขณะที่บนเวทีระหว่างประเทศ สำนักข่าวทั้งไทยและต่างประเทศได้รายงานสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่กำลังร้อนแรง ทั้งเหตุปิดด่านชายแดนโดยกองทัพไทย เหตุระเบิดแสวงเครื่องทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บ รวมถึงการตอบโต้ด้านวัฒนธรรม เช่น การแบนภาพยนตร์และรายการทีวีไทยในกัมพูชา ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้กระแสกังวลต่อความปลอดภัยของนักกีฬากัมพูชาเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไทยยืนยันหนักแน่นว่า งานซีเกมส์ต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัย สร้างมิตรภาพ และไม่ควรถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งทางการเมือง พร้อมเน้นย้ำว่าเจ้าภาพมีหน้าที่สร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ทุกชาติ
ในช่วงที่กระแสออนไลน์ยังคุกรุ่น ประเด็นนี้จึงเป็นทั้งดราม่า ทั้งความท้าทายสำหรับฝ่ายจัดการแข่งขัน ที่นอกจากต้องดูแลความปลอดภัยแล้ว ยังต้องรักษาภาพลักษณ์ของไทยในฐานะเจ้าบ้านอาเซียนอีกด้วย

อ่านข่าวเพิ่มเติม
https://www.nationthailand.com/news/sport/40058403?utm_source=chatgpt.com
