SV.LEAGUE มองไกลกว่าเกมแข่งขัน! ญี่ปุ่นปักหมุดอาเซียน หวังขยายลีกวอลเลย์บอลสู่ตลาดระดับโลก

SV.LEAGUE ลีกวอลเลย์บอลอาชีพของญี่ปุ่น เดินหน้าขยายตลาดในเอเชีย โดยเลือกประเทศไทยเป็นประเทศแรกสำหรับจัดการแข่งขันฤดูกาลปกติอย่างเป็นทางการนอกญี่ปุ่น พร้อมวางแผนต่อยอดไปยังอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวัน เป้าหมายคือเปลี่ยนจากลีกของญี่ปุ่นให้เป็นลีกที่มีฐานผู้ชมและโอกาสทางธุรกิจในระดับนานาชาติ
การแข่งขัน SV.LEAGUE WOMEN ฤดูกาล 2026-27 ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2569 ไม่ได้มีความหมายเพียงการนำวอลเลย์บอลลีกญี่ปุ่นมาแข่งขันต่อหน้าแฟนกีฬาไทย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ระยะยาวที่ลีกต้องการขยายฐานผู้ชม สร้างแบรนด์ในต่างประเทศ และเพิ่มโอกาสทางธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ข้อมูลจาก Volleyball King สื่อวอลเลย์บอลญี่ปุ่น ซึ่งเผยแพร่บทสัมภาษณ์ผู้บริหาร SV.LEAGUE เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม ระบุว่า มาซาอากิ โอกาวะ ประธานลีก และ ทาเคชิ คุโบตะ ผู้บริหารของลีก ได้เปิดเผยแนวทางการดำเนินงานระหว่างการพบปะสื่อมวลชนที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม โดยมีทั้งแผนสร้างความแข็งแกร่งให้ลีกญี่ปุ่นและการขยายตลาดในอาเซียนเป็นประเด็นสำคัญ
เลือกไทยเป็นจุดเริ่มต้น ก่อนขยายสู่ประเทศอื่นในเอเชีย
เหตุผลสำคัญที่ SV.LEAGUE เลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกนอกญี่ปุ่น มาจากความสนใจในกีฬาวอลเลย์บอลของแฟนกีฬาไทย และประสบการณ์ที่ผู้บริหารได้รับจากการจัดการแข่งขันปรีซีซันในกรุงเทพฯ ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
คุโบตะอธิบายว่า การแข่งขันวอลเลย์บอลระดับทีมชาติที่ประเทศไทยและฟิลิปปินส์เป็นเจ้าภาพ ทำให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของแฟนกีฬาในภูมิภาค จึงเกิดแนวคิดที่จะนำการแข่งขันระดับสโมสรมาให้ผู้ชมในเอเชียได้สัมผัสด้วย ไม่จำกัดอยู่เฉพาะการแข่งขันของทีมชาติ
สำหรับ SV.LEAGUE การแข่งขันในไทยจึงเป็นมากกว่าการจัดอีเวนต์ต่างประเทศ แต่เป็นโอกาสในการทดสอบว่าลีกญี่ปุ่นจะเข้าถึงผู้ชมในตลาดใหม่ได้มากเพียงใด ทั้งการรับชมในสนาม การสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ และการสร้างความคุ้นเคยกับสโมสรต่าง ๆ
โอกาวะระบุว่า ลีกต้องการก้าวจากการเป็น “ลีกวอลเลย์บอลของญี่ปุ่น” ไปสู่ “ลีกวอลเลย์บอลแห่งเอเชีย” พร้อมตั้งเป้าเป็นลีกระดับโลกที่มีความแข็งแกร่งในเชิงการแข่งขันและการนำเสนอคอนเทนต์กีฬา
วางแผนขยายการแข่งขันสู่ตลาดอาเซียน
นอกจากประเทศไทยแล้ว ผู้บริหาร SV.LEAGUE ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ในการนำการแข่งขันอย่างเป็นทางการไปจัดในประเทศอื่น โดยมีอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไต้หวันอยู่ในกลุ่มตลาดที่ลีกต้องการศึกษาและทดลองดำเนินงานต่อไป
อย่างไรก็ตาม การขยายการแข่งขันไปยังประเทศเหล่านี้ยังเป็นแนวทางที่ลีกต้องการผลักดัน ไม่ใช่การยืนยันกำหนดจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในทุกประเทศแล้ว
อีกหนึ่งแนวทางที่น่าสนใจคือการพัฒนา SV GROWTH LEAGUE ซึ่งเป็นลีกระดับรอง โดยตั้งแต่ฤดูกาล 2027-28 มีแผนให้ผู้เล่นจากประเทศอาเซียนได้รับการจัดสถานะที่แตกต่างจากโควตานักกีฬาต่างชาติทั่วไป เพื่อเพิ่มองค์ประกอบของนักกีฬาจากภูมิภาคในลีก
แนวทางดังกล่าวอาจช่วยให้ SV.LEAGUE เชื่อมโยงกับตลาดอาเซียนได้มากกว่าการนำการแข่งขันมาจัดเป็นครั้งคราว เพราะเปิดโอกาสให้ผู้เล่นจากภูมิภาคเข้ามามีส่วนร่วมกับระบบการแข่งขันของญี่ปุ่นโดยตรง ทั้งนี้ รายละเอียดการดำเนินการต้องอ้างอิงประกาศและข้อกำหนดอย่างเป็นทางการของลีกเมื่อมีการเผยแพร่เพิ่มเติม
เป้าหมายไม่ได้หยุดแค่จำนวนผู้ชม แต่รวมถึงธุรกิจและแบรนด์ลีก
อีกประเด็นสำคัญจากการเปิดเผยของผู้บริหารคือ SV.LEAGUE ต้องการประเมินว่าการแข่งขันในไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มผู้ชมที่สนใจกีฬาวอลเลย์บอลได้มากน้อยเพียงใด
คุโบตะกล่าวถึงฐานผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียของสมาคมกีฬาวอลเลย์บอลไทย ซึ่งมีจำนวนหลายแสนคน และระบุว่าลีกต้องติดตามว่าคอนเทนต์ของตนเข้าถึงผู้ชมกลุ่มดังกล่าวได้จริงหรือไม่ รวมถึงนำข้อมูลจากผู้ชมที่เข้าร่วมการแข่งขันมาประเมินเพื่อปรับปรุงการจัดงานครั้งต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดใช้เครือข่ายบริษัทญี่ปุ่นที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยช่วยประชาสัมพันธ์การแข่งขันให้เข้าถึงผู้ชมท้องถิ่นมากขึ้น
ด้านโอกาวะกล่าวถึงเป้าหมายขนาดตลาดของลีกและสโมสรในปี 2030 โดยประเมินว่ามูลค่ารวมอาจอยู่ที่ 50,000 ล้านเยน ขณะที่ตลาดอาเซียนอาจมีขนาดใกล้เคียงกันได้ ขึ้นอยู่กับมูลค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดและปัจจัยทางธุรกิจอื่น ๆ
ตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินและเป้าหมายที่ผู้บริหารเปิดเผย ไม่ใช่มูลค่าตลาดที่เกิดขึ้นแล้วหรือรายได้ที่รับประกันว่าจะทำได้
SV.LEAGUE ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับแบรนด์ผ่านความร่วมมือกับลีกต่างประเทศ โดยก่อนหน้านี้ได้ทำข้อตกลงความร่วมมือกับลีกวอลเลย์บอลชายเซเรีย อา ของอิตาลี ครอบคลุมการพัฒนาเยาวชน การแลกเปลี่ยนผู้ฝึกสอน และความร่วมมือระหว่างทีมชุดใหญ่
ภาคธุรกิจไทยเข้ามามีส่วนร่วมกับการแข่งขัน
การจัด SV.LEAGUE THAILAND GAMES ยังมีภาคธุรกิจในประเทศไทยเข้ามาร่วมสนับสนุน โดย SV.LEAGUE ประกาศให้ Berli Jucker Public Company Limited หรือ BJC เป็นผู้สนับสนุนระดับ Platinum Partner ของการแข่งขัน ขณะที่ Hisamitsu Pharmaceutical เป็น Diamond Partner
ความร่วมมือดังกล่าวเป็นอีกองค์ประกอบหนึ่งของการจัดการแข่งขันในต่างประเทศ เพราะนอกจากการนำเสนอเกมกีฬาแล้ว ยังต้องอาศัยพันธมิตรในพื้นที่เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานและสร้างการรับรู้ในตลาดเป้าหมาย
สำหรับการแข่งขันประเภทหญิงที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10-11 ตุลาคม 2569 เป็นการพบกันของ SAGA Hisamitsu Springs กับ ALEEZA AICHI โดยมีหัตถยา บำรุงสุข อยู่ฝั่งซากะ และนุศรา ต้อมคำ อยู่กับอารีซ่า ไอจิ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงการแข่งขันกับฐานแฟนวอลเลย์บอลชาวไทย
ขณะที่การแข่งขันประเภทชายมีกำหนดจัดขึ้นที่อินดอร์สเตเดียม หัวหมาก ในวันที่ 23-24 มกราคม 2570 ระหว่าง Osaka Bluteon กับ Voreas Hokkaido ตามกำหนดการที่ลีกประกาศไว้
การจัดการแข่งขันทั้งประเภทหญิงและชายในประเทศไทยจึงเป็นส่วนหนึ่งของแผนที่ SV.LEAGUE ใช้ขยายการรับรู้และทดสอบโอกาสในตลาดเอเชีย โดยผลจากการจัดงานและการตอบรับของผู้ชมจะเป็นข้อมูลสำคัญสำหรับการวางแผนในระยะต่อไป


